ireland

ข้อมูลทั่วไปของประเทศไอร์แลนด์

สาธารณรัฐไอร์แลนด์เป้นประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะตั้งอยู่ทางยุโรปตะวันตก และเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือ EU ซึ่งไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในกลุ่ม EU และสูงที่สุดในโลก โดยฌแพาะด้าน ซอต์ฟแวร์ เภสัชกรรม การผลิตและการบริการระหว่างประเทศ และการศึกษา ซึ่งระบบการศึกษาของประเทศไอร์แลนด์มีความโดดเด่น และเป็นปัจจัยหลักในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

เมืองหลวงของประเทศไอร์แลนด์ คือกรุงดับลิน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะ เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา มีความเป็นสากล จึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดใจ ทั้งด้านดนตรี ศิลปะต่างๆ และยังมีเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น คอร์ก วอเตอร์ฟอร์ด แกลเวย์ ลิเมอริค และ เบลฟาสต์

ภูมิประเทศ

ไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีบรรยากาศแบบชนบท ซึ่งมีความสวยงาม และยังคงรักษาสภาพแวดล้อมไว้ตามธรรมชาติที่ดีได้ ซึ่งเหมาะสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น กีฬาทางน้ำการปีนหน้าผา และการเดินถ้ำ สามารถสร้างความสนุกสนานให้กับนักเรียนได้ในยามว่าง

ประชากร

ไอร์แลนด์มีประชากรทั้งหมด 4 ล้านคน ซึ่งประชากรมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ มีอายุต่ำกว่า 25 ปี และเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ อาศัยอยู่ในเมือง และประมาณ 1.2 ล้านคนอาศัยอยู่ในเมืองหลวง ชาวไอริชใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ

ภูมิอากาศ

ไอร์แลนด์มีภูมิอากาศอบอุ่น ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะไม่ติดลบและไม่ค่อยมีหิมะตก ซึ่งเดือนธันวาคมและเดือนมกราคมจะเป็นเดือนที่หนาวและชื้นที่สุด ซึ่งจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 4 – 7 องศา ขณะที่เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม จะเป็นช่วงที่อบอุ่นที่สุุด จะมีอุณหภูมิระหว่าง 14 – 16 องศา และมีฝนตกโปรยปรายอยู่เป็นประจำ ทำให้ภูมิประเทศเขียวชอุ่ม

การเดินทาง

นักเรียนสามารถเดินทางในประเทศไอร์แลนด์ได็โดยทางรถไฟ และรถโดยสาร ซึ่งนักศึกษาที่ถือบัตรประจำตัวนักเรียนต่างชาติ (ISIC) จะได้รับส่วนลดจากการใช้บริการรถสาธารณะ สนามบินหลักของไอร์แลนด์ จะอยู่ในเมือง ดับลิน แชนนอน คอร์ก และเบลฟาสต์

ระบบการศึกษาของไอร์แลนด์

ระบบการศึกษาของประเทศไอร์แลนด์อยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาและวิทยาศาสตร์ หรือ DES ซึ่งระบบการศึกษาในประเทศไอร์แลนด์ จะแบ่งเป็น 3 ระดับคือ

ระดับประถมศึกษา

การเรียนระดับประถมศึกษาจะใช้ระยะเวลา 8 ปีด้วยกัน โดยใน 2 ปีแรกนั้นจะเป็นการเรียนในระดับ”อนุบาล”รูปแบบการเรียนจะเน้นนักเรียนเป็นจุดศูนย์กลางในการเรียน

ระดับมัธยมศึกษา

การเรียนในระดับมัธยมศึกษาจะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วง 3 ปีแรกจะเป็นการเรียนระดับ “มัธยมศึกษาตอนต้น” และตามด้วยการเรียนในสาขาวิชาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่แตกต่างกันออกไปตามที่นักเรียนเลือก โดยจะเรียนเป็นในระดับพื้นฐานก่อน 1 ปี และเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอีก 2 ปีสุดท้ายเพื่อสอบและรับ “ประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา” ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว นักเรียนจะลงทะเบียนเรียนวิชาเรียนอย่างน้อย 6วิชา

การศึกษาขั้นสูง

ระบบการศึกษาระดับสูงของไอร์แลนด์จะประกอบด้วย ภาคมหาวิทยาลัย,สถสบันเทคโนโลยีที่ได้รับทุนรัฐบาลและวิทยาลัยการศึกษาขั้นสูงอิสระ

ภาคมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยทั้งหมด 9 แห่งบนเกาะไอร์แลนด์ เป็นมหาวิทยาลัยรัฐทั้งหมด เปิดสอนหลักสูตรระดับอุดมศึกษา และบัณฑิตศึกษา

วิทยาลัยเทคโนโลยี มีทั้งหมด 14 แห่งโดยเปิดสอนหลักสูตรด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ทั้งในระดับพื้นฐาน ประกาศนียบัตรชั้นสูง ปริญญาตรี และโท รวมทั้งหลักสูตรระดับวิชาชีพและงานฝีมือด้วย

วิทยาการศึกษาขั้นสูง สถาบันการศึกษาอิสระจะเิปิดสอนหลักสูตรที่เฉพาะเจาะจงต่อความต้องการทางอุตสาหกรรมและการพาณิชย์

การสมัครเข้าเรียน

นักเรียนควรรวบรวมข้อมูลการเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นในการสมัครเรียนตามที่สถาบันต่างๆได้ระบุไว้ และเอกสารที่จำเป็นในเรื่องของที่พัก วีซ่า เงินทุน ฯลฯ ซึ่งนักเรียน / นักศึกษาควรจะทำการสมัครเรียนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปีก่อนถึงวันกำหนดที่จะเดินทางถึงไอร์แลนด์

การศึกษาระดับประถมและมัธยม

การสมัครเข้าเรียนในระดับประถมและมัธยมนั้น ผู้ที่สนใจควรติดต่อโรงเรียนที่คุณเลือก ไว้โดยตรงล่วงหน้าก่อนเริ่มปีการศึกษา ซึ่งรายชื่อของโรงเรียนสามารถดูได้จาก http://www.educationireland.ie

การศึกษาระดับปริญญา

นักศึกษาต่างชาติที่สมัครเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 สามารถสมัครผ่านสำนักงานรับสมัครส่วนกลาง (CAO – http://www.cao.ie) หรือผ่านสถาบันโดยตรง ซึ่งทางสถาบันจะชี้แจงโดยละเอียดถึงวิธีการสมัคร และสำหรับ CAO จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และชุดใบสมัครพร้อมคู่มือการสมัครที่บอกถึงรายละเอียดหลักสูตรที่เปิดสอนและข้อมูลเกี่ยวกับวิธีสมัคร ซึ่งนักศึกษาต่างชาติควรจะแนบค่าธรรมเนียมการสมัครมาด้วยทุกครั้ง สำหรับหลักสูตรอื่นๆ เช่นปริญญาโท หรือโครงการศึกษาต่างประเทศ ควรสมัครกับสถาบันโดยตรง

ข้อกำหนดการสมัครเรียน

การเข้าเรียนระดับปริญญาตรีในไอร์แลนด์ นักเรียนจะต้องมีผลการสอบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา ดังนั้นนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเรียนต่อในประเทศไอร์แลนด์สามารถสมัครได้ 2 วิธีคือ

เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายในไอร์แลนด์และสอบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาร่วมกับนักเรียนไอริชซึ่งอาจจะต้องสอบพร้อมกับการเรียนภาษาอังกฤษ

ทำการตรวจสอบกับหน่วยงานของรัฐที่เป็นที่ยอมรับในประเทศของตน และผู้สมัครทุกคนจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบว่า คุณสมบัติทางการศึกษาที่มีอยู่นั้น เพียงพอต่อการสมัครหรือไม่

การขอวีซ่า

นักศึกษาต่างชาิติควรติดต่อสถานทูตไอร์แลนด์หรือสถานกงสุลในประเทศของตน (สถานกงสุลสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 28 อาคาร คิว เฮาส์ ลุมพินี ถนนสาธร เปิดทำการวันจันทร์ – ศุกร์เวลา 8.30 – 12.30 น.) ในการสมัคร นักเรียนควรเตรียมเอกสารดังนี้

รายละเอียดหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง

วันที่ออกและวันหมดอายุของหนังสือเดินทาง หนังสือเดินทางควรจะยังมีอายุอย่างน้อย 6เดือนหลังวันที่จะเรียนจบหลักสูตรจดหมายจากสถาบันแสดงการรับเข้าศึกษาในหลักสูตรเต็มเวลาในสถาบันการศึกษาซึ่งเป็นที่ยอมรับและได้รับชำระค่าธรรมเีนียมแล้วไม่รับข้อมเสนอชั่วคราวจากสถาบัน

  • หลักฐานทางการเงินที่เพียงพอสำหรับความเป็นอยู่และค่าใช้จ่ายอื่นๆรวมทั้งค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
  • รูปถ่ายปัจจุบันขนาดหนังสือเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า

ที่พัก

การศึกษาระดับประถมและมัธยม

มีโรงเรียนประจำจำนวนมากทั่วประเทศที่เปิดรับสมัครนักเรียนระดับมัธยมจากต่างประเทศ และโรงเรียนแบบไปเช้าเรียนกลับที่จัดหาที่พักแบบโฮมสเตย์ให้นักศึกษาต่างชาติ

นักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษส่วนมากจะรวมค่าที่พักไว้ในค่าธรรมเนียมแล้วและจะจจัดเตรียมสถานที่ให้อย่างครบถ้วนเมื่อนักเรียนเดินทางมาถึง ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดให้พักกับครอบครัวเจ้าบ้าน

นักศึกษาระดับปริญญา

สถาบันที่สอนหลักสูตรระดับปริญญาส่วนใหญ่มีหอพักนักศึกษาในบริเวณมหาวิทยาลัย และสิ่งมีอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ร้านค่า ร้านซักรีด ร้านอาหาร

และนักศึกษายังสามารถเช่าที่พักด้วยตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเช่าร่วมกับนักศึกษาคนอื่น ซึ่งนักศึกษาที่เลือกพักแบบนี้ ควรเดินทางมาถึงก่อนประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ก่อนเริ่มปีการศึกษา เพื่อมั่นใจว่ามีที่พัก และโปรดจำไว้ว่าอัตราค่าเช่าจะแตกต่างกัน และการหาที่พักด้วยตัวเองจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เรื่องจากต้องจัดหาเครื่องใช้ต่างๆด้วยตนเอง และมัดจำเงินค่าน้ำค่าไฟ

สำหรับนักศึกษาบางคนที่เลือกพักกับครอบครัวเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นทางเืลือกที่ดีเนื่องจากจะช่วยให้นักศึกษาปรับตัวได้ดีขึ้น